จากสนธยาถึงอรุโณทัย

January 11, 2007

เดียวดายใต้แสงดาว


คืนนี้ไม่มีแสงจันทร์ …มีเพียงควันบุหรี่ที่คอยไล่ยุง อยู่เป็นเพื่อน

แผ่นผืนฟ้ามืดสนิท มีแต่ดาวระยับบนฟากฟ้า

นั่งอยู่เพียงคนเดียว …ไม่มีแม้ผู้คนผ่านไปมา

ครุ่นคิดถึงเรื่องราว และผู้คน บนเส้นทางแห่งเวลาที่ผ่านมา

คืนนี้…ในใจไม่มีคำถามใดๆ ไม่มีความรู้สึกใดๆ

ไม่โกรธ ไม่ว้าวุ่น ไม่รุ่มร้อน ไม่รัก ไม่อยากได้

แค่นั่งมองดาวบนฟ้า และคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา…

ลมราตรีเยือกเย็น พัดมาเบาๆ รอบตัวไม่มีใคร ความรู้สึกต่างๆเอาวางไว้ข้างตัว

รอบกายว่างเปล่า จิตใจยิ่งว่างเปล่า

ไม่มีความรู้สึกใดๆ …แค่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

ไม่รู้สึกสุข เมื่อคิดถึงรอยยิ้ม

ไม่รู้สึกทุกข์ เมื่อคิดถึงหยาดน้ำตา

ไม่รู้สึกยินดี เมื่อคิดถึงชัยชนะ

ไม่รู้สึกท้อถอย เมื่อคิดถึงความพ่ายแพ้

ไม่รู้สึกปวดร้าว เมื่อคิดถึงความผิดหวัง

ไม่รู้สึกขมขื่น เมื่อคิดถึงความเลวร้าย

นั่งลงตรงนี้ …เหมือนนั่งมานานแสนนาน …และจะนั่งไปตลอดกาล

เมื่อวานนี้มีคำถามในใจมากมาย แต่ตอนนี้กลับคลับคล้ายหายไปจนหมดสิ้น

มันก็แค่ชีวิตคนๆหนึ่ง เพียงอีกหนึ่งชีวิตที่เกิดมา และอีกไม่นานก็จะจากไป

ในโลกนี้ ยังมีอีกนับแสนนับล้านชีวิต ที่เป็นเช่นกัน

นั่งมองดาวดวงเล็กๆดวงหนึ่ง บนฟากฟ้าที่กว้างใหญ่ ยังมีดาวอีกนับแสนนับล้านดวงเช่นกัน

เคยคิดเหมือนกันว่าชีวิตที่ไม่มีอะไร รสชาดจะเป็นเช่นไร

และเมื่อชีวิตไม่เหลืออะไร ก็รู้ว่าไม่มีรสชาดใดๆทั้งสิ้น

ไม่มีคำถาม ไม่มีความรู้สึก เพียงแค่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา…

ไม่คิดด้วยซ้ำ ว่าจะมีพรุ่งนี้หรือไม่

ลมราตียังพัด ทุกสิ่งกลับเงียบสงบ

ยังคงนั่งเดียวดายใต้แสงดาว …และคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา…

สหัสเดชะ
18/5/2002

October 8, 2006

กำลังใจที่สาบสูญ

 
บางครั้งที่เราเหนื่อย…แค่พักชั่วครู่ก็หาย
บางครั้งที่เราเจ็บ…อดทนสักหน่อยก็หาย
บางครั้งที่เราท้อ…เติมกำลังใจอีกนิดก็หาย
 
แต่… ถ้ากำลังใจมันหายไป… รอคอยนานเท่าไรมันก็ไม่กลับ
มันสาบสูญไป… สาบสูญไปตลอดกาล
 
แล้ว… คนๆหนึ่งนั้น จะมีชีวิตอยู่อย่างไร
 
บนแผ่นผืนโลกใบนี้ … ไม่มีใครอยากพลาด อยากผิด อยากอยู่ในสภาพอับจน
อาจถึงขั้น หมดสิ้นหนทางไป
 
เมื่อวันที่เราเจ็บหนัก กลับไม่มีที่สักแห่งเดียว ที่จะพออาศัยพักตัวพักใจได้ ไปอยู่ตรงไหนก็ไม่มีที่ให้เราแม้แต่ยืนหลบมุม
 
คืนนี้คงต้องขอนอนทับความเจ็บปวดและบอบช้ำอีกสักคืน ก็ได้แต่หวังว่า พรุ่งนี้ ชีวิตมันจะมีทางไปได้บ้าง
กับชีวิตที่สิ้นหวัง ทดท้อ ทรมาน ไม่อาจกำหนดชะตาตัวเองได้
สิ่งเดียวที่จะประคองชีวิตให้ผ่านวันคืนอันโหดร้ายได้
…คงมีแต่กำลังใจ…เท่านั้น
 
หาก…กำลังใจกลับสาบสูญสิ้นไป
คงไม่ยากที่จะเดาตอนจบของชีวิตนั้น.
 

powered by performancing firefox

October 5, 2006

กลางสายฝน

ชีวิตคนเรา…หลายอย่างก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราหวัง
หลายอย่างก็ดีเกินคาดหวัง แต่อีกหลายอย่าง มันกลับเลวร้ายอย่างไม่เคยคาดหวัง

คนบางคนคิดจะเอาแต่ได้ …ชีวิตทั้งชีวิต คิดแต่จะเอาแต่ได้ ผลสุดท้าย กลับไม่ได้อะไรเลย
คนบางคนคิดแต่จะเอาชนะ …ชีวิตทั้งชีวิต คิดแต่จะเอาชนะ ผลสุดท้าย กลับต้องพ่ายแพ้

ได้มาแล้วมีอะไร …ชนะแล้วมีอะไร

การได้มาบนความสูญเสีย …ชัยชนะบนความพ่ายแพ้
สุดท้าย ได้จริงหรือ… ชนะแล้วจริงหรือ…

หากถามตัวเอง ได้แล้วสุขจริงหรือไม่ ชนะแล้วสุขจริงหรือไม่
พระท่านสอนว่า …ได้มาย่อมเกิดห่วง มีห่วงย่อมมีทุกข์ …ชัยชนะย่อมก่อเวร

วันเวลาที่ผ่านไป สรรพสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป เรื่องราวต่างๆที่พบพาน
เคยหยุดคิดบ้างไหม สิ่งเหล่านั้นสอนอะไร บอกเล่าสิ่งใด
หรือเพียงผ่านไป ดั่งสายลมพัดวูบหนึ่ง

จิตใจที่รุ่มร้อน ด้วยความอยากได้ อยากชนะ คงไม่อาจเย็นลงได้ด้วยน้ำธรรมดา
ความรุ่มร้อนที่แผดเผา ทั้งกายใจ ให้ไหม้เกรียมด้วยความทุกข์ อาจจะพอดับได้ด้วยน้ำใจ
…หากยังมีหลงเหลือ
ความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว มิมีวันลดลงได้ …หากดวงตายังไม่เคยมองเห็นผู้อื่น

มองดูฝนที่ตก หากฝนดับความรุ่มร้อน และละลายทุกข์ออกจากใจ หากเป็นไปได้ …ก็คงดี
เสียดายเพียง ฝนที่ตกลงมา ไม่อาจทำเช่นนั้นได้

วันนี้เพียงนั่งมองสายฝน เพียงหวังให้ผู้คน ลดความร้อนรุ่มในใจลง ละลายความทุกข์เป็นสายน้ำ จนสิ้นไป

ต้องหวนคิดถึงคำพูดของโกวเล้ง –เพียงสำนึกก็หลุดพ้นความทุกข์ …เพียงวางดาบก็เป็นอรหันต์–

สหัสเดชะ
17/5/2002

powered by performancing firefox

พลันคิดได้

…เรื่องราวบนโลกนี้…หลายสิ่งที่ไร้เหตุผล ความจริงมีเหตุผล
หลายสิ่งที่เหมือนมีเหตุผล … กลับไร้เหตุผล

คนเราดิ้นรนไป…ทำทุกอย่าง เพียงเพื่อสุดท้ายจะตายอย่างไร
ตายอย่างหมาข้างถนนตัวหนึ่ง… ตายอย่างคนถ่มน้ำลายรดหน้า
ตายอย่างวีรบุรุษ… ตายอย่างยาจกเข็ญใจ …ตายอย่างลูกหลานเสียใจ
ตายอย่างทุกคนสะใจ …นั่นแหละความหมายของกรรม

บ้างวิ่งไล่คว้าเงา… จนวันตายยังไม่สำนึก
บ้างเพียงเพื่อสะใจ… ยอมทิ้งศักดิ์ศรีตัวเอง ทำให้คนเกลียดชัง
บ้างเพียงเพื่อลาภสมบัติ… ถึงกลับยอมให้ผู้คนดูหมิ่น
ไม่ว่าเพื่อสิ่งใด …ถามตัวเองหรือไม่ …คุ้มนักหรือ
มีสิ่งใดพกพาไปได้ …แม้ร่างกายตัวเองยังต้องทิ้งไว้เบื้องหลัง
ชัยชนะ…ลาภยศ…สมบัติ…ความสะใจ มีสิ่งใดพกพาไปได้

ใยจึงต้องเคี่ยวเข็ญผู้คน… ใยต้องทนเสแสร้ง… ใยต้องแสร้งกระทำ
คนผู้หนึ่ง …เพียงเกิดมาไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ว่าสร้างคุณความดีอันใดหรือไม่
เมื่อตายย่อมไม่มีใครสาปแช่ง
คนผู้หนึ่ง… สร้างทุกสิ่งบนความทุข์ของผู้คน ไม่ว่าสร้างความดีมากเพียงใด
เมื่อตายย่อมถูกก่นด่า
หรือคิดเพียงคนตายแล้วมิอาจได้ยิน …คิดบ้างหรือไม่ อาจได้ยินผ่านหูของลูกหลาน

เพียงหวังผู้คน…พลันคิดได้…สักครั้ง

สหัสเดชะ
จากห้วงคำนึง
09/6/2002

powered by performancing firefox

ใครผิด

ฉันก้าวเดินบนทางอันกว้างใหญ่
ด้วยดวงใจแสนสั่นหวั่นเหว่ว้า
กลัวผิดทางผิดที่ผิดเวลา
ฉันกลัวว่าจะผิดพลาดโดนบาดใจ

เพราะหมองจิตผิดหวังจึงยังหวาด
กลัวผิดพลาดไม่อาจชี้ผิดที่ไหน
ให้ผิดคนหม่นจิตจนผิดใจ
ผิดที่ใครไหนกันเล่า…เราผิดเอง


จากสนธยา…ถึงอรุโณทัย
สหัสเดชะ
พ.ศ.2526

powered by performancing firefox

แม้วันวานผ่านล่องดังท่องฟ้า

 

แม้วันวานผ่านล่องดังท่องฟ้า
รักเจิดจ้าแจ่มดวงใจไม่แปรผัน
อยากจะเพิ่มอยากจะเติมความสัมพันธ์
อยากจะกลั่นรักไหลจากใจริน

 

เป็นธารใสไหลรวมท่วมพื้นโลก
รักจากอกคงไหลไม่รู้สิ้น
แม้โลกลับดับร้างทั้งแผ่นดิน
รักยังรินยังไหลไม่หยุดลง

 

เพียงวันนี้มีแต่ฟ้ามาเป็นเพื่อน
เพียงคืนนี้แม้ดวงเดือนยังลืมหลง
เพียงค่ำนี้ดาวระยับยังลับลง
เพียงตอนนี้ฉันยังคงอยู่ดายเดียว

 

สหัสเดชะ
13 June 2001

powered by performancing firefox

นกน้อยเอย…


นกน้อยเอย…
เจ้าเคยลองคิดบ้างไหม
ทุกสิ่งผ่านมา…แล้วผ่านไป
เหลือสิ่งใดนอกจากความทรงจำ

ดอกไม้…เบ่งบาน…โรยรา…
ผืนฟ้า…แจ่มกระจ่างยังมีค่ำ
ปุยเมฆนวลขาวยังมีดำ
หุบเหวต่ำยังมีเขาสูงตระการ

นกน้อยเอย…
ความปวดร้าวที่เจ้าเคยยังพ้นผ่าน
สุขสมใจหรือร้องไห้เมื่อวันวาน
กลายเป็นเพียง…ตำนานในดวงใจ

รักใคร่…ห่วงใย…ผูกพัน…
คงมั่นก็ยังมีที่หวั่นไหว
พบพานยังมีวันต้องจากไป
รอยอาลัยลบเลือนได้ด้วยเวลา

นกน้อยเจ้า…
หากยังเศร้าคิดถึงเขาเฝ้าคอยหา
ทุกคืนวันเวียนว่ายสายน้ำตา
ทุกเวลายังระทมขมขื่นใจ

ดอกไม้…เมื่อถึงวันก็โรยรา
ทางข้างหน้ายังจะเดินต่อหรือไม่
จะมุ่งสู่ความฝันอันแสนไกล
หรือดับวายกับความช้ำและน้ำตา

 

สหัสเดชะ
จากสนธยา…ถึงอรุโณทัย พ.ศ. 2526

powered by performancing firefox

เขียนด้วยรัก

เขียนด้วยรัก…รักมั่น…ให้กันไว้
ครั้งหนึ่งใน…วันวาน…เคยสานฝัน
เคยชิดใกล้…หัวใจ…เคยผูกพัน
มีเธอฉัน…เคียงกัน…ทุกเวลา

เคยเคียงคู่ดูแสงตะวันรอน
เคยเปียกปอนฝนฉ่ำพรำจากฟ้า
เคยเริงรื่นชื่นบานผ่านเวลา
เคยมองตาพาใจเข้าใจกัน

 

เคยรู้สึกสุขใจยามใกล้ชิด
เคยเฝ้าคิดไปแสนไกลในทางฝัน
เคยรับรู้สิ่งดีดีมีให้กัน
เคยผ่านวันผ่านเวลาผ่านนาที

จากกันไปแสนไกลไม่ได้ลา
สุดฝั่งฟ้าลับหายเพียงไหนนี่
แม้คำมั่นสัญญาไว้ในวจี
ไม่เคยมีให้จำสักคำเดียว

ไม่มีแม้ภาพถ่ายไว้ให้จำ
ไม่มีคำให้อาวรณ์ตอนเปล่าเปลี่ยว
ไม่มีของไว้เตือนจิตสักนิดเดียว
มีสิ่งเดียวเพียงตราในดวงใจ

 

 
แผ่นฟ้านั้นกั้นไว้จนไกลห่าง
แผ่นดินกว้างขวางกั้นเกินฝันได้
แผ่นทะเลโอบกันเพียงกั้นกาย
แผ่นผืนทรายทอดกันฉันและเธอ

มีเพียงดาววาววับระยับฟ้า
แทนดวงตาเฝ้ามองอยู่เสมอ
ถึงรู้ดีไม่มีวันพบเจอ
ได้เพียงเพ้อเป็นกลอนเรียงเขียนจากใจ

สหัสเดชะ
ค่ำคืนเดียวดาย
26 มิ.ย. 43

powered by performancing firefox

ฟ้าหม่น…คนเหงา

ฟ้าหม่น…คนเหงา…เศร้านัก
มิพัก…พร่ำเพรียก…เรียกหา
คืนวัน…ลับล่วง…เวลา
ตั้งตา…เฝ้ารอ…ต่อไป

คิดถึง…ใจจึง…เหน็บหนาว
รานร้าว…เหว่ว้า…หวั่นไหว
โหยหา…อาทร…อ่อนใจ
จากไป…ลืมแล้ว…คำนึง

ฟ้าหม่น…คนเหงา…ร้าวลึก
สำนึก…ในจิต…คิดถึง
ห่างกาย…ใกล้ใจ…ตราตรึง
รำพึง…ถึงเธอ…ทุกยาม

ใจหมอง…ฟ้าหม่น…คนเหม่อ
เพียงเผลอ…ทุกข์ถม…ไถ่ถาม
พิษรัก…ฝังลึก…โลมลาม
ไหม้ใจ…วาบวาม…วกวน

สหัสเดชะ
13 พ.ค. 44

powered by performancing firefox

October 4, 2006

บันทึกไม่มีชื่อ แผ่นที่ 1

…ไผ่สีเสียดเอียดอาดให้บาดจิต
ดังชีวิตที่ผ่านผันนั้นแสนหวาน
กระทบหน่อยเสียดสีนิดคิดร้าวราน
ลืมวันวานที่ผ่านพ้นสุขล้นใจ

ฟ้าลางเลือนเปื้อนน้ำตาที่ฟ้าเกลียด
เมฆละเลียดหลบลี้ไปที่ไหน
ตะวันรอนอ่อนล้าก็ลาไป
วิหคหายรังรอก็ไม่มา

อกแสนเศร้าแม้ดาวยังหลบแสง
น้ำค้างแรงเคยมีกลับหนีหน้า
ดวงจันทร์หม่นทนฝืนกลืนน้ำตา
เหมือนดังข้าหมองหม่นอยู่คนเดียว

เสียงเพลงแห่งราตรีที่เคยดัง
เคยเฝ้าฟังกล่อมใจให้หายเปลี่ยว
กลับเงียบหายทิ้งไว้เพียงจันทร์เรียว
สุดจะเหลียวหาใครปลอบใจมา

อยากร้องเรียกวันวานให้ผันกลับ
อยากเรียกดวงตะวันลับกลับมาหา
อยากเรียกเมฆสีทองท่องนภา
อยากให้ฟ้าเช็ดน้ำตาแห้งเหือดไป

อยากร่ำเรียกเพรียกหาทิวาสุข
อยากเรียกราตรีสนุกกลับมาใกล้
อยากร้องเรียกความรักที่จากไกล
อยากเรียกใจที่แหลกยับให้กลับคืน…

สหัสเดชะ
จากสนธยา…ถึงอรุโณทัย พ.ศ. 2526






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by B A Khan